วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ.2563

"ปภ."เตือน58จังหวัดรับมือฝนตกหนัก1-4ส.ค.นี้

 1 ส.ค. 2563 10:42 น.    หมวดหมู่ การช่วยเหลือประชาชน

“อธิบดีปภ.”เตือน58จังหวัด เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก-คลื่นลมแรงในช่วงวันที่1-4ส.ค.
style=font-size:18px;
เมื่อวันที่1ส.ค.นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง(กอปภ.ก.)โดยปภ.ได้ติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาและพิจารณาปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ทวีกำลังแรงเป็นพายุดีเปรสชัน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามตอนบน โดยพายุดังกล่าวไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ส่วนทะเลอันดามันและอ่าวไทยคลื่นลมมีกำลังแรงขึ้น คลื่นสูง2-3เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า3เมตร
กอปภ.ก.โดยปภ.จึงได้ประสาน58จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่1-4ส.ค. 2563แยกเป็น สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ดังนี้ ภาคเหนือ15จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน ตาก อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ18จังหวัด ได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง7จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สมุทรสงคราม และนครนายก ภาคตะวันออก4จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้11จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา กระบี่ และภูเก็ตสถานการณ์คลื่นลมแรง ดังนี้ ภาคตะวันออก4จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้6จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
นายชยพล กล่าวต่อว่า ได้สั่งการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและแนวโน้มสถานการณ์ภัยต่อเนื่องตลอด24ชั่วโมง จัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต(ERT)รถปฏิบัติการ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที
อีกทั้งประสานหน่วยงานในพื้นที่ อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างการรับรู้และแจ้งเตือนประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยทางทะเล โดยเพิ่มการติดตั้งสัญญาณ แจ้งเตือนภัยบริเวณชายฝั่งทะเล จัดเตรียมเครื่องมือประจำเรือและอุปกรณ์ช่วยชีวิตทางน้ำให้พร้อมใช้งาน อีกทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย1784ตลอด24ชั่วโมงเพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.

ที่มา: www.dailynews.co.th
News Code: pol g:dailynews g:agency p:wdn v:netnews

ความคิดเห็น