วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ.2563

'บีอาร์เอ็น' ปรับแผนรุกทางการเมือง ถ้า 'กอ.รมน.' ไม่ปรับแก้ ก็อย่าหวังชัยชนะ

 23 พ.ค. 2563 04:18 น.    หมวดหมู่ การเมือง

เมือง ไม้ขม รายงาน
เป็นที่แน่นอนว่าเดือนรอมฏอน ปี 2563 เป็นปีแรกของ 16 ปีที่ผ่านมาของ ไฟใต้ ที่ไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา
ซึ่งเป็นไปตามแถลงการณ์ หยุดยิง ของ บีอาร์เอ็น ที่ประกาศให้ชาวมลายูได้รับรู้ว่า ในสถานการณ์การระบาดของ โควิด-19 บีอาร์เอ็นจะหยุดการก่อการร้าย จะไม่ทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อไม่ต้องการซ้ำเติมสถานการณ์ความเดือดร้อนของคนในพื้นที่จาก โควิด-19 ที่เกิดขึ้น
และแม้แต่การเสียชีวิตและบาดเจ็บของทหารพรานจากการซุ่มยิงที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี บีอาร์เอ็นก็แถลงการณ์ว่า ไม่ใช่เป็นการกระทำของแนวร่วมบีอาร์เอ็น
ซึ่งเป็นไปตามที่เคยบอกว่า นับตั้งแต่นี้ไปบีอาร์เอ็นจะไม่ยอมรับว่าการก่อการร้ายที่ไม่ใช่ประเด็นที่สำคัญ เป็นฝีมือของแนวร่วมในพื้นที่ เพราะบีอาร์เอ็นต้องการสร้างความ คลุมเครือ ให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชน ว่าเหตุที่เกิดเป็นเรื่องส่วนตัว และเป็นการสร้างสถานการณ์โดยเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะบีอาร์เอ็นได้ประกาศ หยุดยิง ไปแล้วเป็นการรุกทาง การเมือง อีกรูปแบบหนึ่งของบีอาร์เอ็น ที่จะเน้นในงานมวลชนให้มากขึ้น เพื่อให้เป็นไปตาม ยุทธศาสตร์ ที่วางไว้ ว่าปี 2575 จะเป็นปีแห่งความสำเร็จในการแบ่งแยกดินแดน ด้วยวิธีการลงประชามติของชาวมลายูที่เป็นแนวร่วม เป็นมวลชนของ บีอาร์เอ็น
ดังนั้นจะเห็นว่า ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา บีอาร์เอ็นได้ทำงานด้านการเมืองถึงร้อยละ 80 และทำงานด้านก่อความรุนแรงเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น
บีอาร์เอ็นมีการสลายโครงสร้างของ อาเยาะ ในพื้นที่ ซึ่งใช้ก่อเหตุความรุนแรง โดยหันไปสร้างนักปฏิวัติ สร้างมวลชน เยาวชนชายและเยาวชนหญิง เพื่อใช้เป็นกองกำลังในการต่อสู้
มีการสร้างองค์กรภาคประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอของ จ.สงขลา ถึง 30 กว่าองค์กร เพื่อทำงานด้านการเมืองโดยเฉพาะ
โดยมีองค์กรภาคประชาชน องค์กรนักศึกษา และเอ็นจีโอ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็น ปีกทางการเมือง ที่ขับเคลื่อนให้คนในพื้นที่เรียกร้องวิธีการ กำหนดใจตนเอง เพื่อการเรียกร้องให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในการปกครอง
บีอาร์เอ็นถือโอกาสการเกิดโรคระบาด โควิด-19 เดินเกมการเมืองอย่างชัดเจนด้วยการแถลงการณ์ต่อมวลชนประกาศ หยุดยิง เพื่อระดมสรรพกำลังในภาคประชาชน ช่วยเหลือชนชาวมลายูในพื้นที่หาคะแนนเสียงจากคนในพื้นที่ด้วยการไม่ก่อการร้ายเพื่อซ้ำเติมสถานการณ์ และฉวยโอกาส ชี้นำ มวลชนด้วยการประณามหน่วยงานความมั่นคงที่ยังคงเดินหน้าในการ ล้อมปราบ แนวร่วมในพื้นที่นี่คือความเปลี่ยนแปลงของบีอาร์เอ็นที่หยุดการใช้อาวุธ และหันมาใช้วิธีการอินเฟอร์เมชั่น โอเปอเรชั่น หรือสงคราม ไอโอ หรือสงครามจิตวิทยามวลชน เพื่อตามนโยบายการแสวงหามวลชน ที่ได้เรียนรู้จาก เจนีวา คอล และ ไอซีอาร์ซี เพื่อที่จะสร้างความ สับสน ให้กับหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งถนัดในด้านการใช้ ยุทธวิธี ทางทหาร แต่ไม่มีความเข้าใจในเรื่อง การเมือง เพราะ 16 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานความมั่นคงใช้การทหารนำการเมืองมาโดยตลอด
และในขบวนการบีอาร์เอ็น ยังมีเอ็นจีโอปีกการเมืองที่จับมือกับเอ็นจีโอกลุ่มต่างๆ เพื่อทำการคัดค้านการพัฒนาพื้นที่ โดยเฉพาะโครงการใหญ่ที่มีผู้มี ส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งประเทศมหาอำนาจ และประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมิตร และเป็น พาร์ตเนอร์ ของประเทศมหาอำนาจ
ซึ่งหลังการเข้ามาของ จีนีวา คอล และหลังการเดินเข้าเดินออกของนักการทูตจากสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในอดีตประเทศเหล่านี้เคยมีบทบาทและอิทธิพลในคาบสมุทรมลายู และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งปัจจุบันประเทศเหล่านี้กำลังถูกบทบาทและอิทธิพลของประเทศจีนเข้ามาแทนที่
ประเทศมหาอำนาจเหล่านี้กำลังจะกลับมา และกำลังใช้บีอาร์เอ็นเป็นเครื่องมือเพื่อหาที่ หยั่งเท้า ในภูมิภาคที่ตนเองเคยมีบทบาท มีอิทธิพลสูงสุดอีกครั้ง วันนี้สมรภูมิในจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงไม่ธรรมดา แต่จะมีความ ซับซ้อน ที่คนธรรมดา ข้าราชการธรรมดา ที่ไม่ได้สนใจ และติดตาม บริบท ของแต่ละองค์กร ในเชิงลึกมองไม่เห็น อันตรายที่จะเกิดขึ้นกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ในอนาคต
การเปลี่ยนจากการใช้อาวุธ ใช้ความรุนแรงของบีอาร์เอ็น มาเป็นการใช้มวลชนในปีก การเมือง ในประเด็นของสิทธิมนุษยชน ในประเด็นการละเมิด ในประเด็นการมีกฎหมายหลายฉบับที่บังคับใช้ในพื้นที่ จะถูกเรียกร้องให้ยกเลิกอย่างต่อเนื่องจากปีกการเมืองของบีอาร์เอ็น
ถ้ากำลังติดอาวุธไม่เคลื่อนไหวเพื่อการก่อเหตุร้าย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ก็จะไม่มีเป้าหมายในการป้องกันและการจับกุม และถ้า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ดำเนินการตรวจค้น จับกุมแนวร่วมที่เคลื่อนไหวทางการเมือง จะยุ่งยากในการหาพยานหลักฐาน ในการเชื่อมโยง และปัญหาการต่อต้านจากมวลชนก็จะเกิดขึ้นอีกครั้ง ถ้าเกิดการผิดพลาดขึ้น ทุกกรณีจะถูกบันทึกโดย ไอซีอาร์ซี และ เจนีวา คอล เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขนำไปสู่แนวทางของ อาร์เอสดี หรือการกำหนดใจตนเองของคนในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นการผลักดันโดยองค์กรของ ฝรั่งอั้งม้อ ทั้งหลายที่กล่าวมาแล้ว
วันนี้ผู้มีอำนาจในประเทศไทย ทั้งในด้านความมั่นคง ด้านการปกครอง ที่เข้าใจ มองเห็น และติดตามบริบทขององค์กรต่างๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และในเวทีโลก เชื่อว่ามีอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ในขณะที่มีผู้หลักผู้ใหญ่ในด้านความมั่นคงกลุ่มหนึ่งที่ไม่เชื่อในบริบทขององค์กรต่างๆ ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ และที่สำคัญ ยังมีคนกลุ่มหนึ่งเชื่อว่า เรื่องของบีอาร์เอ็น เรื่องของ ไอซีอาร์ซี เรื่องของ เจนีวา คอล และเรื่องแบ่งแยกดินแดน เป็นเรื่องที่ นักการข่าว พวกหนึ่งสร้างขึ้นเพื่อหวังผลประโยชน์ในงบประมาณด้านการข่าว กลุ่มนี้ไม่เชื่อแม้แต่ในเรื่องการ พูดคุยสันติภาพ และมองว่าเป็นการจัดฉากเพื่อใช้งบประมาณเท่านั้น
ประเด็นที่สำคัญคือ เมื่อองค์กรความมั่นคงยังอยู่ในสภาพ ยึกยัก งานการข่าวความมั่นคง งานการข่าวในเชิงลึก เพื่อสืบสภาพที่แท้จริงของข่าวสาร และการข่าวเชิงลึก ที่เข้าถึงบีอาร์เอ็น จึงไม่ได้งบประมาณที่ใช้ในเรื่อง ข่าว จำนวนมาก จึงยัง กระจุก และเข้ากระเป๋าของ นายใหญ่ มาโดยตลอด จนกลายเป็น จุดอ่อน ของการดับ ไฟใต้ และไม่มีข่าวสารที่เป็นของจริง และไม่รู้เห็นความเคลื่อนไหวที่เป็น เนื้อแท้ ของบีอาร์เอ็น และขององค์กรต่างๆ ที่เคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนบีอาร์เอ็น ทั้งในพื้นที่และในต่างประเทศ
วันนี้เมื่อบีอาร์เอ็นไม่ก่อเหตุ หน่วยงานความมั่นคงก็ตอบไม่ได้ว่า ทำไมจึงไม่ก่อเหตุ และหลังเดือน รอมฎอน บีอาร์เอ็นจะกลับมาใช้ความรุนแรงอีกหรือไม่ และถ้าไม่มีบีอาร์เอ็น จะใช้วิธีการอย่างไหนในการขับเคลื่อนเพื่อไปให้ถึงจุดหมายที่ต้องการ
ดังนั้นฝ่ายความมั่นคงจึงทำได้เพียงการ ตั้งรับ และอยู่กับความ ว่างเปล่า ของการเปลี่ยนแปลงจากบีอาร์เอ็น ในขณะที่หน่วยข่าวทำได้เพียงคาดการณ์ว่า 10 วันสุดท้ายของเดือน รอมฎอน จะต้องมีเหตุรุนแรงเหมือนทุกปี ซึ่งเป็นการคาดการณ์ โดยที่ไม่มีข่าวสารในเชิงลึกมาสนับสนุนแต่อย่างใด และถ้า 10 วันสุดท้ายของ รอมฎอน ไม่มีเหตุร้าย หน่วยข่าวจะมีคำตอบอย่างไรถึงความเปลี่ยนแปลงของบีอาร์เอ็นที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
สรุปสั้นๆ แม้ว่าสถานการณ์ของ ไฟใต้ จะผ่านมาแล้ว 16 ปี แต่ใน มิติ ของงานการข่าวความมั่นคง เรายังเข้าไม่ถึง แกนกลาง ของบีอาร์เอ็นในประเทศมาเลเซีย เราไม่เคยรู้ว่าบีอาร์เอ็นจะมีแผนปฏิบัติการอย่างไรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่อื่นๆ ของประเทศไทย
และแม้แต่แผนการขององค์กรต่างๆ ที่เข้ามาตั้งอยู่ และที่เดินเข้าเดินออกระหว่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดชายแดนภาคใต้จนเป็นเทือก ว่าองค์กรไหนบ้างที่หวังดีจริง และที่หวังดีประสงค์ร้าย และทั้งหมดคือ 16 ปีที่รัฐบาลยังตอบไม่ได้ว่าจะต้องทำสงครามกับบีอาร์เอ็นอีกนานเท่าไหร่ ต้องใช้งบประมาณอีกกี่หมื่นกี่แสนล้าน ที่ตอบไม่ได้เพราะความล้มละลายของงานการข่าว และความ ไขว้เขว ของหน่วยงานความมั่นคงที่ยังไม่รู้จักบีอาร์เอ็นอย่างแท้จริง
เวทีการต่อสู้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ใน 16 ปีที่ผ่านมา จึงเป็นการต่อสู้เพื่องบประมาณ ไม่ใช่ต่อสู้เพื่อหวังชัยชนะ เพราะถ้าสู้เพื่อหวังที่จะชนะ สิ่งแรกที่ต้องทำคือศึกษาและเข้าถึงความลับความเคลื่อนไหวของขบวนการบีอาร์เอ็น และต้องมีแผนในการทำลายแกนกลางของขบวนการ และกล้าที่จะดำเนินนโยบายกับประเทศที่เป็น หลังพิง ให้กับขบวนการ และต้องกล้าที่จะบอกให้ประเทศต่างๆ ที่เข้ามา ก้าวก่าย เรื่องภายในของประเทศในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ออกจากพื้นที่ และให้ยุติการช่วยเหลือ ศัตรู ของประเทศอย่างขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น.

ที่มา: นสพ.ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 23 พ.ค. 2563
News Code: pol terr g:thaipost g:agency g:paper p:tpd v:paperl

ความคิดเห็น