วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน พ.ศ.2564

รอบรั้วเมืองใต้ : 8 เมษายน 2564

 8 เม.ย. 2564 06:23 น.    หมวดหมู่ การ รปภ. ในชีวิต และทรัพย์สิน

รอบรั้วเมืองใต้ในหนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับนี้ผู้เขียนขอเข้าร่ายข่าวสังคมชมคนที่ควรชม ข่มคนที่ควรข่มตามวิสัยคนหนังสือพิมพ์อาชีพ ที่เห็นมาอย่างไรก็เขียนไปอย่างนั้น....เริ่มที่ สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังมีเหตุรุนแรงเป็นระยะๆ ล่าสุด คดี“คาร์บอมบ์”ที่หน้าแฟลตตำรวจสภ.รามัน จ.ยะลา กำลังคลี่คลาย เมื่อตำรวจได้ตัวครูโรงเรียนธรรมวิทยา อ.เมือง จ.ยะลาซึ่งเป็นผู้ให้คนร้าย อาศัยที่บ้านพัก อ.เมือง จ.ปัตตานี ก่อนที่คนร้ายจะนำรถ“คาร์บอมบ์”ไปก่อเหตุ ทำให้ เจ้าหน้าที่ได้“เบาะแส”ของ“แนวร่วม”ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น ว่า เป็นขบวนการเดียวกับกลุ่มที่ทำ“คาร์บอมบ์”หน้าศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เมื่อ ปี 2563 และเป็นกลุ่มเดียวกับการวางระเบิดแสวงเครื่องที่ “ป่าช้าจัน”เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ก็ยังเชื่อว่า ภายใต้การ“สืบสวนสอบสวน”ของตำรวจ ที่มีพล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ผบก.ภ.จว.ยะลา จะทำให้สามารถ ออกหมายจับได้ทั้งขบวน....ก่อนเดือน“รอมฎอน” 10 วัน และหลังเดือน“รอมฎอน” 10 วัน คือห้วงเวลาที่ “แนวร่วม”จะก่อเหตุใหญ่ในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของจ.สงขลา เพราะ“แนวร่วม” ถูก“อุสตาซ” หรือ ครูสอนศาสนาบิดเบือนว่า การก่อเหตุในเดือนแห่งความ“ศักดิ์สิทธิ์”จะทำให้ได้บุญถึง 10 เท่า ก็เป็นหน้าที่ของกอ.รมน.ภาคที่ 4 ส่วนหน้า ที่มีพล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์แม่ทัพภาคที่ 4และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ที่ต้อง วางแนวรับ แนวรุก เพื่อ มิให้“แนวร่วม”ขบวนการบีอาร์เอ็น ก่อเหตุได้ ล่าสุดพ.อ.ธานี เกียรติสารผบ.ฉก.พท.44 สามารถยึดอาวุธที่“แนวร่วม”เตรียมไว้ก่อเหตุ ที่ ต.ตะโละดือรามัน อ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ได้จำนวนหนึ่ง...ในพื้นที่ 3 จังหวัด จะเห็นว่า จ.นราธิวาส เป็นพื้นที่ มีเหตุร้ายจากฝีมือของ “แนวร่วม” น้อยที่สุด แสดงให้เห็นว่าพล.ต.ไพศาล หนูสังข์ผบ.ฉก.นราธิวาส มีแผนรุก แผนรับ ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้กำลัง เฉพาะกิจต่างๆ ในพื้นที่ ควบคุมสถานการณ์ได้ผล และหากมีการสร้างรั้วชายแดนเกิดขึ้นได้จริง จะเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ในการ“สกัดกั้น” การข้ามไป-มาระหว่าง ไทย-มาเลเซีย ของ “แนวร่วม” ในการนำระเบิดและอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาก่อเหตุร้ายใน 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา....การที่ สถานการณ์ยังเกิดความรุนแรงเป็นระยะๆ ในพื้นที่ ก็ต้องถามไปยังพล.อ.วัลลภ รักเสนาะหัวหน้าคณะ“พูดคุยสันติสุข” กับ บีอาร์เอ็น ว่า ได้มีการ“พูดคุย”หรือไม่ว่า ในระหว่างการ“พูดคุย” จะต้องไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น หรือ นโยบาย การ“พูดคุย”ของ บีอาร์เอ็น คือ“พูดคุย”ไป และก่อการร้ายไปด้วย.... วันนี้ จ.พัทลุงกลายเป็นเมืองที่ นักท่องเที่ยวมี“หมุดหมาย” ไปเยือนเป็นจำนวนมาก เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ และเชิงนิเวศ เพื่อรอให้นักท่องเที่ยวไปเยือน รีสอร์ท โรงแรม ที่นั่น ยังขายในราคาเต็ม ชาวบ้านได้ “อานิสงส์” จากการท่องเที่ยวแบบชุมชนมากขึ้น ก็ต้องยกความชอบนี้ให้กับกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ผวจ.พัทลุง ที่ทุ่มเทให้กับการพัฒนาการท่องเที่ยว....เช่นเดียวกับที่ จ.ยะลา แหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อที่สุด คือ อ.เบตง ซึ่งมี“สกายวอล์ก” ในการชม“ทะเลหมอก” ที่ต.อัยเยอร์เวง แล้ว ในพื้นที่ อ.เบตง ยังมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และเชิงประวัติศาสตร์มากมาย ที่สำคัญเรื่อง“อาหาร” อร่อย ซึ่งที่อื่นไม่มี คือ จุดดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลมาเที่ยว ยังเหลือแต่สนามบินเบตง ที่สร้างเสร็จแล้ว แต่ยังมีอุปสรรค อีกหลายอย่าง ทำให้ยังไม่มีเครื่องบินลงจอด ซึ่งเป็นงานหนักของพล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูรเลขาธิการ ศอ.บต. ที่ต้องร่วมกับ หน่วยงานอื่นๆ ที่รับผิดชอบ ต้องหาแนวทาง“พูดคุย”กับ สายการบิน และเอกชน ที่อยู่ในสายของการท่องเที่ยวเพื่อ“ปลดล็อก”ให้ได้....สงกรานต์ ปีนี้ ทะเลตรังก็ยังเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือน เพราะ ตรังมีสนามบิน มี สถานีรถไฟ มีการเดินทางด้วยรถยนต์ที่สะดวก และมี เกาะ แก่งที่สวยงาม ให้ดำน้ำ ให้พักผ่อน เสียอย่างเดียว สิ่งอำนวยความสะดวกเช่น ท่าเรือ หลายแห่ง ขาดการ“บูรณะ” ให้เหมาะสมกับการเป็นเมืองท่องเที่ยว ก็ขอฝากเรื่องนี้ไว้กับขจรศักดิ์ เจริญโสภาในการ“บูรณาการ” กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยว ให้ก้าวหน้าไปกว่านี้.....
ส่วนที่ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นเมืองที่มี แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ที่สวยงามรอการ“เจียรนัย” และรอให้ สถานการณ์การก่อการร้ายลดลง ข่าวว่าเจษฎา จิตรัตน์ผวจ.นราธิวาส เลือกที่จะเอาพื้นที่ อ.สุริริน เป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยจะสร้าง “สกายวอล์ค”เป็นรูปเรือ”กอและ” ที่เป็น“เอกลักษณ์” ของชาว นราธิวาส มาเป็น”จุดขาย” เพื่อสร้างการท่องเที่ยว
-->
ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์

ที่มา: www.naewna.com
News Code: loc g:naewna g:agency p:wnn v:netnews

ความคิดเห็น