วันอังคารที่ 28 กันยายน พ.ศ.2564

คอลัมน์ Asean insight: โอกาสของไทย ใน'ตลาดท่องเที่ยวฮาลาล IMT-GT'

 15 ก.ย. 2564 04:48 น.    หมวดหมู่ เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้

กอปร์ธรรม นีละไพจิตร
นักวิจัยสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)
www.itd.or.th
เขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย หรือ IMT-GT ครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัดภาคใต้ของไทย ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล ตรัง พัทลุง และนครศรีธรรมราช IMT-GT เป็นหนึ่งในอนุภูมิภาค ที่มีความโดดเด่นของอาเซียน เนื่องจากเป็นการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ 3 ประเทศ ที่มุ่งเน้นความร่วมมือด้านการผลิต การลงทุน การสร้างความสามารถในการแข่งขัน และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและระบบโทรคมนาคม
IMT-GT Vision 2036 ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่นอกจากมุ่งเน้น ความร่วมมือด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมแล้ว ยังมุ่งเน้นความสามารถ ในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวข้ามพรมแดนระหว่าง 3 ประเทศอย่างยั่งยืน และครอบคลุม โดยตั้งเป้ารองรับ นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 109 ล้านคน ให้ได้ภายในปี 2036
อย่างไรก็ดี ช่วงวิกฤติโควิด-19 สภาพเศรษฐกิจทั้ง 3 ประเทศต้องเผชิญกับ ภาวะเศรษฐกิจซบเซา หลายประเทศเร่งหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยรูปแบบ ที่หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ การกระตุ้นการท่องเที่ยว IMT-GT ภายใต้แนวคิด "Muslim-friendly Tourism and Hospitality" (MFTH) หรือการท่องเที่ยว และบริการที่เป็นมิตรกับมุสลิม กล่าวคือ การท่องเที่ยวที่มีการอำนวยความสะดวก ให้กับนักท่องเที่ยวมุสลิมทั้งในด้านการปฏิบัติศาสนกิจในโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการให้บริการอาหารและการบริการที่ได้มาตรฐานฮาลาล เป็นต้น
แนวคิดนี้กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้งในกลุ่ม IMT-GT จากการผลักดันของ ประเทศมาเลเซีย โดยตั้งเป้ารองรับนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศมุสลิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตะวันออกกลางซึ่งมีความสามารถในการใช้จ่ายสูงและ มีแนวโน้มที่จะใช้เวลาพักผ่อนแบบระยะยาวยิ่งขึ้น เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์
รายงาน Global Muslim Travel Index 2021 ระบุว่าสถิติจำนวนนักท่องเที่ยว จากประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) มีจุดหมายปลายทาง มายังมาเลเซียเป็นอันดับที่ 1 อินโดนีเซียอันดับที่ 4 และไทยอันดับที่ 29 แม้ว่าการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด MFTH จะไม่ใช่แนวคิดแปลกใหม่ เนื่องจากมาเลเซียและอินโดนีเซียมีการผลักดันมาหลายปีแล้ว เช่นเดียวกับประเทศไทยโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ริเริ่มโครงการ "Muslim Friendly Destination" ตั้งแต่ปี 2558 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวมุสลิม
การปัดฝุ่นแผนการท่องเที่ยวแบบ MFTH เป็นหนึ่งในมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากวิกฤติโควิด-19 ที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเกิดภาวะชะงักงัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่กลุ่มประเทศ IMT-GT ต้องแสวงหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการนำความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ มาประยุกต์กับนวัตกรรมและแนวคิดการส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น ความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งท่องเที่ยว สภาพสังคมและวัฒนธรรมที่เป็นมิตรกับ นักท่องเที่ยวมุสลิม ความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานระหว่างประเทศ ฯลฯ
แม้ที่ผ่านมามาเลเซียและอินโดนีเซียจะเป็นประเทศที่มีบทบาทนำในกรอบ ความร่วมมือ IMT-GT ในหลายมิติ ทั้งความร่วมมือด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม แต่ในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าประเทศไทยมีความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบกว่าประเทศอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ยิ่งไปกว่านั้นภายใต้วิกฤติโควิด-19 ประเทศไทยยังมีความสามารถในการปรับตัว ได้อย่างรวดเร็วกว่าหลายประเทศในภูมิภาค เช่น การสร้างมาตรฐานความปลอดภัย ด้านสุขอนามัยเพื่อนักท่องเที่ยว (SHA) เป็นต้น
หากประเทศไทยสามารถดึงความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบด้านแหล่งท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ความสามารถในการให้บริการท่องเที่ยว และอัตลักษณ์ทางสังคมและวัฒนธรรมในท้องถิ่นของ 8 จังหวัดภาคใต้ในพื้นที่ IMT-GT มาส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับมุสลิม นอกจากจะเป็นการสร้างทางเลือกให้กับประเทศไทยในการกระจายความเสี่ยงและบรรเทา ผลกระทบต่อเศรษฐกิจฐานรากแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการสร้าง บทบาทนำในกลุ่ม IMT-GT ได้เป็นอย่างดี

ที่มา: นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 15 ก.ย. 2564
News Code: eco agri trav g:kt g:agency g:paper g:nmg p:kt v:paperl

ความคิดเห็น