วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ.2563

ส่วนร่วมสังคมไทย: กระจ่าง ตุลารักษ์: ผู้ก่อการฯสายพลเรือน

 23 ม.ค. 2563 04:52 น.    หมวดหมู่ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต

นรนิติ เศรษฐบุตร
การที่ กระจ่าง ตุลารักษ์ เป็นผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน พ.ศ. 2475 ที่เสียชีวิตเป็นคนสุดท้ายดังที่มีการบันทึกว่าท่านมีชีวิตยืนยาวมาจนถึงแก่กรรมในวัย 98 ปีเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2452 ที่เป็นอย่างนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะท่านเป็นเด็กหนุ่มอายุเพียง 19 ปีเท่านั้นเมื่อวันที่เข้าร่วมงานวันที่ 24 มิถุนายนปี 2475 ที่จริงยังมีเพื่อนท่านอีกหนึ่งคนซึ่งเป็นคนแปดริ้วด้วยกันคือ นายจ้อย ที่ไปกับ ขุนศรีศรากร ไปจับกุมคุมตัว พลตรีพระยาเสนาสงคราม ในเช้ามืดวันนั้น และนายจ้อยซึ่งตัวโตขนาดไหนไม่ทราบ ได้เป็นคนที่ใช้ไม้พลองตีพระยาเสนาสงครามด้านหลังจนล้มลง พระยาเสนาก็ชักปืนจะยิง ท่านจึงถูกยิงที่ขาทำให้บาดเจ็บ และจึงเป็นคนเดียวในวันนั้นที่ถึงกับเลือดตกยางออก
ที่จริงการทำงานของผู้ก่อการฯ สายพลเรือนนั้นมีผู้เขียนหรือบอกเล่าเอาไว้ค่อนข้างน้อย ดังนั้นการให้สัมภาษณ์ของคุณกระจ่างในหนังสือสารคดีจึงทำให้คนได้รู้เรื่องราวในวันนั้นของทางฝ่ายผู้ก่อการฯสายพลเรือนมากขึ้น อย่างน้อยที่สุด ทำให้ทราบว่า คุณกระจ่างและเพื่อนที่เป็นเด็กหนุ่มในวันนั้น ได้ไปกับกลุ่มผู้ก่อการฯที่นำโดย นายพันโทพระประศาสน์พิทยายุทธ เพื่อคุมตัว กรมพระนครสวรรค์ ผู้รักษาพระนคร จากวังบางขุนพรหม ต่อจากนั้นพระประศาสน์ฯก็ได้นำคณะของตนกลุ่มนี้เดินทางต่อไปยังบ้าน พระยาสีหราชเดโชไชยเสนาธิการทหาร ที่อยู่ทางวัดโพธิ ดังที่คุณกระจ่างบอกเล่าเอาไว้
" ...ผมรับหน้าที่ไปกับทหาร คนที่นั่งอยู่ในรถด้วยกันก็จำไม่ได้หรอกว่า ชื่ออะไร ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองไป พอไปถึงก็ผลักประตูเข้าไป คนในบ้านก็แตกตื่นนะครับ เราไปกันห้าหกคนถืออาวุธกันทั้งนั้น ทั้งทหารทั้งพลเรือนเต็มบ้านเต็มหมด ทหารที่ไปด้วยพูดว่า ขอเชิญท่านไปที่กองบัญชาการ ตอนนั้นท่านกำลังอาบน้ำอยู่ พวกเราก็ไปรอท่านที่หน้าห้องน้ำเลย เพราะออกมาท่านก็บอก ขอแต่งตัวก่อน พอตอนแต่งตัวเสร็จก็นำท่านขึ้นรถพวกเราก็นั่งคุมท่านกลับมา .."
ตรงนี้มีความต่างจากคำบอกเล่าของพระประศาสน์ฯอยู่บ้าง เพราะพระประศาสน์ฯ เล่าว่าไม่ยอมให้ไปแต่งตัวใหม่เกรงว่าจะต่อสู้ขัดขืน จึงให้ไปทันที เพราะพระยาสีหราชเดโชไชยนั้นไม่ยอมใครง่าย ๆ จึงต้องบังคับเอาตัวมาทั้ง ๆ ที่ยังอยู่ในชุดที่ออกมาจากห้องน้ำนั่นเอง และหลังจากได้ตัวพระยาสีหราชเดโชไชยแล้ว พระประศาสน์ฯได้ขอให้ขุนศรีศรากร นำกำลังส่วนหนึ่งแยกไปที่บ้านพระยาเสนาสงคราม ผู้
บัญชาการกองพลที่ 1 ที่ถนนนครไชยศรี เพื่อไปคุมตัวพระยาเสนาสงครามเอาไว้ โดยพระประศาสน์พิทยายุทธนำกำลังที่เหลือคุมตัวกรมพระนครสวรรค์กลับพระยาสีหราชเดโชไชยไปที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งเป็นกองบัญชาการของคณะราษฎร ส่วนกลุ่มที่นำโดยขุนศรีศรากร ที่แยกไปที่บ้านของพระยาเสนาสงครามนั้นมีนายจ้อยไปด้วย จึงเชื่อได้ว่าคุณกระจ่างน่าจะไปกับกลุ่มนี้ด้วยกัน เพราะนายจ้อยคือเพื่อนจากแปดริ้วที่คุณกระจ่างได้ชวนมาร่วมงาน การมาร่วมเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งนั้นท่านเข้าร่วมตามคำชวนของพี่ชายที่ไม่ได้บอกอะไรมาก
" พี่สงวน พี่ชายผมเป็นลูกศิษย์อาจารย์ปรีดี แต่ผมไม่เคยเห็นท่านมาก่อน เขาปกปิดเก่ง สองสามเดือนก่อนเหตุการณ์ พี่ชายสั่งว่าให้ไปหาเพื่อนที่แปดริ้วมา ให้ยิงปืนได้ ผมก็พามาก่อนทำงานหนึ่งคืน แล้วพี่ชายก็มอบหน้าที่ให้ทำต่าง ๆ"
ในวันที่ออกปฏิบัติการก็ยังไม่รู้อะไรมาก แต่จิตใจมั่นคง พร้อมสู้เต็มที่
"ผมแต่งตัวธรรมดาเป็นชาวบ้าน เรามันคนเชื้อสายจีนแปดริ้ว ผมนุ่งกางเกง สวมเสื้อกุยเฮง ตอนนั้นผมไม่ได้ระแคะระคายเลยว่าจะเป็นการปฏิวัติ ไม่ค่อยรู้หรอก รู้แต่ว่ามาทำงานแล้วต้องทำให้สำเร็จ ทำตามคำสั่งเขาอย่างเดียว ไม่นึกถึงอย่างอื่น เขาให้ตายก็ต้องไปตาย"
เสร็จจากการปฏิบัติงานยึดอำนาจในวันนั้นแล้ว คุณกระจ่างกับนายจ้อยก็ไม่ได้เข้าไปทำอะไรในราชการ เพราะยังมีอายุไม่บรรลุนิติภาวะ ตัวคุณกระจ่างเองก็กลับไปทำงานที่สำนักงานกฎหมายของคุณสงวน ผู้เป็นพี่ชายตามเดิม แต่ชีวิตที่เข้ามาพัวพันกับการเมืองของคุณกระจ่างไม่ได้สิ้นสุดเพียงเท่านี้ ยังมีเรื่องที่น่าสนใจอีก เพราะอีก 15 ปีต่อมา ท่านก็ได้ร่วมงานเสรีไทย ทำงานอยู่ในกลุ่มพี่ชายของท่าน อันเป็นงานที่เสี่ยงชีวิตอีกเช่นกัน ทั้งท้ายที่สุดยังมาเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และก็ไม่ใช่แค่สมาชิกธรรมดา หากเคยเป็นกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์อีกด้วย มาดูชีวิตผู้ก่อการฯที่อายุน้อยมาก รายนี้กันบ้าง
กระจ่าง ตุลารักษ์ เป็นคนแปดริ้ว หรือจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นน้องชายของ นายสงวน ตุลารักษ์ แต่คนละแม่ เกิดเมื่อปี 2456 ที่ตำบลท่าลาด อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา มีบิดาชื่อ ณัฐ ตามประวัติไม่ได้ระบุชื่อมารดาไว้ บิดานั้นเป็นนายแขวง ถ้าวันนี้ก็คือกำนันนั่นเอง ฐานะทางบ้านดี ท่านจึงมีเพื่อนมาก ตอนที่ร่วมงานปฏิวัติได้ชวนเพื่อนไว้หลายคน แต่มีนายจ้อยคนเดียวมาร่วมงานด้วย ส่วนพี่น้องนั้นมา ร่วมงานหมดทั้ง 4 คน พี่คนโตชื่อ สมใจ และน้องคนเล็กชื่อ สะอาด ดังนั้นคนที่อายุน้อยที่สุดจึงน่าจะเป็น นายสะอาด นี่เอง
จากคำให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนทำให้ทราบว่าหลังจากที่พระยาพหลพลพยุหเสนา กับ หลวงพิบูลสงคราม ได้ยึดอำนาจซ้ำ ล้มรัฐบาล พระยามโนปกรณ์นิติธาดา และหลังการปราบกบฏบวรเดชแล้ว คุณกระจ่างได้เข้าไปทำงานในหน่วยงานของรัฐ ที่นิคมธารโต อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ในปี 2478 ตอนนั้นท่านบรรลุนิติภาวะแล้ว และผู้บัญชาการนิคมก็คือ คุณสงวน ตุลารักษ์ นั่นเอง คุณกระจ่างจึงได้ไปมีตำแหน่งเป็น "ครูช่าง" ที่นิคมธารโต ต่อมาท่านก็ได้ซื้อโรงเลื่อยไม้ ที่อำเภอรามัน จังหวัดยะลาด้วย การที่ได้ไปอยู่ที่ภาคใต้ ที่ทำให้คุณกระจ่างไปได้ภรรยาคือ คุณพวงเพชร ผู้เป็นนางงามของจังหวัดปัตตานี แล้วท่านก็ต้องกลับมาช่วยงานพี่ชาย คือคุณสงวน ซึ่งกลับมาเป็นผู้อำนวยการโรงงานยาสูบที่กรุงเทพฯ.

ที่มา: นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 24 ม.ค. 2563 (กรอบบ่าย)
News Code: g:dailynews g:agency g:paper p:dnd v:paperl

ความคิดเห็น